{ d i a r y : สีอะไรดูแล้วจะเป็นลม } | HOKSINGHA.COM

{ d i a r y : สีอะไรดูแล้วจะเป็นลม }

ถ้าเอาความ ‘หน้าหม้อ’ วางไว้ที่ไหนซักที่ แล้วมองเหตุการณ์วันนี้ที่สีลม คงจะได้คิดอะไรกันบ้าง

ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร…

แต่ผมรู้สึกว่าผู้หญิงไทยเราวันนี้ใช้ทรัพยากรความเป็นผู้หญิงฟุ่มเฟือยมากเกินไป

และสื่อบ้านเราก็พร้อมจะเอาประเด็นเหล่านี้มาทำให้เกิดความน่าสนใจ
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ทำข่าวเพื่อขาย’ เพราะนักข่าวก็เป็นคน ยังต้องกินข้าว ยังกินลมที่สีลมไม่ได้แน่ๆ  เอาเป็นว่า… หกสิงหาไม่โทษใครทั้งนั้น (ไม่ใช่อะไรกลัวโดนด่ากลับ ฮาาา)

จะด้วยความเมาส่วนตัวหรืออะไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็มีผลกระทบต่อคนส่วนมาก ถ้ามองในแง่จิตใจและความรู้สึกของ ‘คนนอกประเทศ’ อย่างผม ผมคงกระอักกระอ่วนไม่น้อย หากเพื่อนฝรั่งจะถามว่า ประเทศยูเดี๋ยวนี้สงกรานต์เค้าแก้ผ้ากันแล้วเหรอ ไอเคยไปประเทศยู แต่ก่อนมีแต่ประแป้ง สาดน้ำกันอย่างมีอารยธรรม… อย่างมากสุดๆ ก็คงแค่ใส่เสื้อสีขาวบางๆ พอให้น้ำทำลายอุปสรรคในการมองทะลุไปยังเนื้อหนังเพื่อสังเวยความใคร่ด้วยดวงตา…

คำถามที่น่าจะถามใจตัวเองกันตอนนี้คือ ใครได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่สีลมบ้าง?

หากประเมินความสูญเสียทางวัฒนธรรมแล้ว คงไม่มีใครกล้าเถียงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สังคมไทยดูแย่ลงในสายตาพวกเรากันเอง และสายตาของคนชาติอื่นๆ

 

ขอพักถอนหายใจ 3 วินาทีฮะ (เฮ้อออออออออออออออออออ)

 

ถ้าจะจบไดอารี่วันนี้เพียงเท่านี้ ก็คงไม่ทำให้สิ่งที่คุณได้อ่านมาได้คุณค่ามากนัก คงไม่ต่างกับการมาอ่านคำบ่นและสะท้อนสังคมของนักเขียนคนหนึ่งเท่านั้น  ผมมองว่า ‘เราควรทำอะไรสักอย่าง’ มากกว่าจะให้เหตุการณ์สะเทือนความรู้สึกของคนทั้งชาติผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนที่ผมทวีตไว้วันนี้ว่า…

เหตุการณ์ในไทย ตอนนี้มันเหมือนพลุ ดังตูม! คนแห่ไปดู พลุดับ คนสลายตัว เหมือนไม่มีเกิดอะไรขึ้น แต่ทิ้งซากเอาไว้ในคนรุ่นต่อไป

ถ้าเป็นผมเป็นผู้มีอำนาจ คงต้องออกกฎเหล็กสักอย่างขึ้นมา เพื่อปราบปรามความไม่มียางอายเหล่านั้น คุณเชื่อมั้ยฮะ… ฝรั่งแม้เค้าจะโป๊จะเปลือย เค้าก็รู้กาลเทศะ หากไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เราน่าจะออกกฎไปเลย ใครแก้ผ้าในที่สาธารณะ ถูกจำคุกหรือถูกปรับแพงๆ คงไม่มีใครมีอารมณ์จะอีโรติกกันแน่ๆ  แต่… แต่… แต่… ผมเดาความคิดคนอ่านออกนะฮะ คุณคิดว่ามันคงไม่ใช่ทางแก้ไขที่ดีที่สุด  ผมก็เห็นด้วยฮะ  เพราะใครจะไปรู้ อาจจะมีนายทุนสื่อยอมจ่ายเงินเป็นแสนๆ เพื่อสร้างข่าวโชว์นมก็เป็นได้ ปัญหามันไม่ได้จบที่การลงโทษ แต่มันควรจะเริ่มจาก ‘จิตสำนึก’

พอเล่ามาถึงคำว่า ‘จิตสำนึก’ หลายคนก็คงรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ใหญ่และยากเหลือเกิน ถ้าปลูกกันง่ายๆ เหมือนผักชี คงทำกันได้นานแล้ว  เอ…ผมกำลังลากคนอ่านมากลุ้มใจมั้ยนะ (ฮา)

ลองมองมุมกลับดีกว่า… แทนที่เราจะมุ่งไปแก้ไขปัญหาทางตรง เราน่าจะช่วยกันทำในสิ่งที่ตรงข้าม คือ ความดี  อืม… อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว เริ่มรู้สึกคลายๆ บ้างแล้วใช่มั้ยฮะ ผมคิดว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา เพราะเราเจอเรื่องหนักๆ กันหลายอย่าง ทั้งเรื่องกีฬาสีเหลืองแดง เรื่องน้ำท่วม ฯลฯ ปัญหาต่างๆ ทำให้คนที่มีจิตอาสาออกมาทำงานร่วมกันอย่างขันแข็ง แค่ในทวิตเตอร์อย่างเดียว ผมก็เห็นการเคลื่อนไหวทางจิตอาสามากมาย  ผมคิดว่า เรารีบถอนใจจากความเสียดาย เสียอารมณ์จากเหตุการณ์ที่สีลมกันเถอะฮะ แล้วรีบช่วยกันผลักดันกิจกรรมต่างๆ ของเยาวชนและคนทุกเพศทุกวัย ให้เค้า ‘คิดเป็น’ และใช้ชีวิตเป็น

คนเราถ้า ‘คิดเป็น’ แล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะลดลงไปเอง เพราะเค้าสามารถควบคุมตัวเองได้ดีพอ สำหรับน้องๆ เยาวชน ผมขอแนะนำโครงการดีๆ  คือ ‘โตแล้วไปไหน?’ โครงการชวนเด็กมัธยมค้นหาตัวเองของ a day Foundation http://futureperfectprj.exteen.com/ หากเราช่วยกันเผยแผ่โครงการดีๆ ออกไป ก็จะเป็นการรักษาวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของบ้านเมืองเราฮะ  รายละเอียดต่างๆ ติดตามจากทวิตเตอร์ของพี่โหน่ง @wongthanong นะฮะ

 

เราแก้ไขอดีตไม่ทันแล้ว

เรามาสร้างอนาคตของประเทศที่ดีกว่าเดิมนะฮะ : )

 

ด้วยรัก,

หกสิงหา
@hoksingha

 

Comments by your FB : )

Powered by Facebook Comments

  • Trackback are closed
  • Comments (1)
    • @VevieMV
    • April 16th, 2011

    จริงฮะ(อ่านแล้วติดคำว่า ฮะ อ่ะค่ะ) เราไม่ควรแก้ที่ปลายเหตุ ต้องขุดรากเหง้าจิตใจมาแก้กันเลยทีเดียว สั่งสม สั่งสอนกันมาแต่อ้อนแต่ออก …มันก้อปัญหาเดิมๆที่ปท.เราแก้ไม่ตกกันสักที เฮ้อ..